ADCHARIYA — แอดฉริยะAdchariya
แชทผ่านไลน์
Facebook ads

เผยแพร่: 14 Aug 2026

อัปเดตล่าสุด: 14 Aug 2026

ประเภท Ads Facebook มีอะไรบ้าง? รวมทุกรูปแบบโฆษณาพร้อมวิธีเลือกใช้

Sutamma Luahavorravuttikun (Jan)

Sutamma Luahavorravuttikun (Jan)

ประเภท Ads Facebook มีอะไรบ้าง? รวมทุกรูปแบบโฆษณาพร้อมวิธีเลือกใช้

Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยฐานผู้ใช้งานมหาศาลทั่วโลก แต่การจะยิงโฆษณาให้ได้ผลนั้น ไม่ใช่แค่มีงบแล้วกดโปรโมท สิ่งสำคัญคือต้องเลือก “รูปแบบโฆษณา” ให้เหมาะกับสินค้าและเป้าหมาย เพราะโฆษณาแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประเภท Ads Facebook ทุกรูปแบบที่ใช้ได้ในปัจจุบัน พร้อมอธิบายจุดเด่นและการใช้งานของแต่ละแบบ รวมถึงวิธีเลือกประเภทโฆษณา Facebook ให้ตรงกับเป้าหมายธุรกิจ เพื่อให้ทุกงบที่ลงไปสร้างผลลัพธ์ได้จริง

ประเภท Ads Facebook คืออะไร? ทำไมต้องเลือกให้ถูก

ประเภท Ads Facebook หรือรูปแบบโฆษณาบน Facebook คือ เครื่องมือที่ออกแบบมาให้ผู้ลงโฆษณานำเสนอเนื้อหาได้หลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละแบบถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายและบรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่ต่างกัน เช่น บางรูปแบบเหมาะกับการสร้างการรับรู้ บางรูปแบบเหมาะกับการโชว์สินค้าหลายชิ้น และบางรูปแบบเหมาะกับการเก็บรายชื่อลูกค้า

เหตุผลที่การเลือกประเภทโฆษณาให้ถูกสำคัญมาก เพราะรูปแบบที่เหมาะสมช่วยให้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดและใช้งบได้คุ้มค่าที่สุด การใช้รูปแบบผิดกับเป้าหมาย เช่น ใช้โฆษณาภาพเดียวเพื่อโชว์สินค้าหลายสิบชิ้น อาจทำให้พลาดโอกาสและเสียงบไปเปล่า ๆ การเข้าใจว่าแต่ละรูปแบบเหมาะกับอะไรจึงเป็นก้าวแรกของการยิงโฆษณาให้ได้ผล

รวมประเภทโฆษณา Facebook ทุกรูปแบบ

มาดูกันว่าประเภทโฆษณา Facebook มีอะไรบ้าง และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

Image Ads

1. Image Ads (โฆษณาภาพเดียว)

เป็นรูปแบบพื้นฐานที่สุดและใช้ง่ายที่สุด ใช้ภาพนิ่งเพียงภาพเดียวในการสื่อสาร เหมาะสำหรับการสร้างการรับรู้แบรนด์และดึงความสนใจอย่างรวดเร็ว จุดเด่นคือทำได้ง่าย ต้นทุนต่ำ และเหมาะกับข้อความที่ตรงไปตรงมา แต่ต้องอาศัยภาพที่สะดุดตาและข้อความที่กระชับเพื่อให้โดดเด่นในฟีด

Video Ads

2. Video Ads (โฆษณาวิดีโอ)

การใช้วิดีโอสื่อสารกับลูกค้า ทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียง ช่วยให้เห็นรายละเอียดสินค้าและสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีกว่าภาพนิ่ง เหมาะกับการเล่าเรื่องราวของแบรนด์หรือสาธิตการใช้งานสินค้า วิดีโอเป็นรูปแบบที่ทรงพลังในยุคนี้ เพราะดึงความสนใจได้สูงและเข้ากับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของผู้ใช้

Carousel Ads

3. Carousel Ads (โฆษณาแบบสไลด์ภาพ)

โฆษณาที่แสดงรูปภาพหรือวิดีโอได้สูงสุดถึง 10 ภาพในโฆษณาชุดเดียว โดยแต่ละภาพมีลิงก์คลิกได้ของตัวเอง เหมาะกับการโชว์สินค้าหลายชิ้น แสดงสินค้าชิ้นเดียวจากหลายมุม หรือเล่าเรื่องแบบต่อเนื่อง จุดเด่นคือให้พื้นที่นำเสนอมากกว่าและกระตุ้นให้ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์ด้วยการปัดดู

Collection Ads

4. Collection Ads (โฆษณาแบบคอลเลกชัน)

รูปแบบที่รวมภาพหรือวิดีโอหลักกับสินค้าย่อยหลายชิ้นไว้ด้วยกัน เมื่อคลิกจะเปิดเป็นหน้าเต็มจอแบบ Instant Experience เหมาะกับธุรกิจ E-Commerce ที่ต้องการโชว์สินค้าในคอลเลกชันเดียวกัน ช่วยให้ลูกค้าเลือกดูสินค้าได้สะดวกและนำไปสู่การซื้อได้ง่ายขึ้น

Instant Experience Ads

5. Instant Experience Ads (เดิมคือ Canvas)

โฆษณาที่แสดงแบบเต็มหน้าจอเมื่อผู้ใช้แตะบนมือถือ ผู้ชมสามารถดูวิดีโอ ปัดดูภาพ หรือเลื่อนดูเนื้อหาแบบโต้ตอบได้ในโฆษณาชุดเดียว เหมาะกับการสร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและนำเสนอแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ โหลดเร็วและออกแบบมาสำหรับมือถือโดยเฉพาะ

Slideshow Ads

6. Slideshow Ads (โฆษณาสไลด์โชว์)

โฆษณาที่สร้างวิดีโอสั้นจากภาพนิ่งหลายภาพต่อกัน เหมาะกับผู้ที่ไม่มีวิดีโอแต่อยากได้ความเคลื่อนไหว ใช้ทรัพยากรน้อยและโหลดเร็วแม้อินเทอร์เน็ตช้า จึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง

Lead Ads

7. Lead Ads (โฆษณาเก็บรายชื่อ)

โฆษณาที่ออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าโดยตรง เมื่อผู้ใช้คลิกจะมีฟอร์มขึ้นมาให้กรอกข้อมูลภายใน Facebook โดยไม่ต้องออกไปเว็บอื่น เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเก็บ Lead เช่น การลงทะเบียน ขอใบเสนอราคา หรือสมัครรับข่าวสาร จุดเด่นคือลดขั้นตอนทำให้ได้ Lead ง่ายขึ้น

Stories และ Reels Ads

8. Stories และ Reels Ads

โฆษณาที่แสดงในรูปแบบแนวตั้งเต็มจอบน Stories และ Reels เหมาะกับการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่ที่นิยมเสพคอนเทนต์สั้นแนวตั้ง ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับคอนเทนต์ทั่วไป และมีอัตราการมีส่วนร่วมสูง

Dynamic Ads

9. Dynamic Ads (โฆษณาแบบไดนามิก)

โฆษณาที่แสดงสินค้าให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้แต่ละคนโดยอัตโนมัติ โดยดึงจากแคตตาล็อกสินค้า เช่น แสดงสินค้าที่ลูกค้าเคยดูแต่ยังไม่ซื้อ เหมาะกับการทำ Remarketing และธุรกิจที่มีสินค้าจำนวนมาก ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีเลือกประเภทโฆษณา Facebook ให้เหมาะกับเป้าหมาย

เมื่อรู้จักรูปแบบต่าง ๆ แล้ว หลักการเลือกที่ดีคือการเลือกตามวัตถุประสงค์ (Objective) ของแคมเปญ เพราะรูปแบบที่เหมาะจะต่างกันตามเป้าหมาย

หากเป้าหมายคือการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Awareness) รูปแบบอย่าง Image Ads, Video Ads และ Stories/Reels Ads เหมาะที่สุด เพราะเข้าถึงคนได้กว้างและสร้างการจดจำ หากเป้าหมายคือการนำเสนอสินค้าหลายชิ้นหรือกระตุ้นการพิจารณา (Consideration) รูปแบบอย่าง Carousel และ Collection Ads จะช่วยโชว์สินค้าได้ครบและน่าสนใจ และหากเป้าหมายคือการเปลี่ยนเป็นลูกค้า (Conversion) รูปแบบอย่าง Lead Ads สำหรับเก็บรายชื่อ และ Dynamic Ads สำหรับ Remarketing จะช่วยปิดการขายได้ดี

หลักสำคัญคือเริ่มจากเป้าหมายก่อนเสมอ แล้วเลือกรูปแบบที่ตอบโจทย์ จากนั้นทดสอบและวัดผลว่ารูปแบบไหนได้ผลดีที่สุดกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ แล้วปรับปรุงต่อเนื่อง

การเลือกและวางกลยุทธ์ประเภทโฆษณา Facebook ให้เหมาะกับธุรกิจต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในรูปแบบโฆษณาและการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหลายธุรกิจอาจไม่มีเวลาหรือความเชี่ยวชาญเพียงพอ หากธุรกิจของคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลและยิงโฆษณาให้คุ้มค่าทุกงบ บริการรับทำ Facebook Adsจากทีมงานมืออาชีพก็พร้อมช่วยวางกลยุทธ์และดูแลแคมเปญให้เห็นผลลัพธ์จริง

สรุป เข้าใจประเภท Ads Facebook เพื่อยิงโฆษณาให้ตรงเป้า

ประเภท Ads Facebook มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Image และ Video Ads ที่เป็นพื้นฐาน ไปจนถึง Carousel, Collection, Instant Experience, Slideshow, Lead Ads, Stories/Reels และ Dynamic Ads แต่ละแบบมีจุดเด่นและเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้คือกุญแจสำคัญของการยิงโฆษณาให้ได้ผล

หัวใจของการเลือกคือการเริ่มจากเป้าหมายของแคมเปญ แล้วเลือกรูปแบบที่ตอบโจทย์ พร้อมทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเลือกได้เหมาะสม ทุกงบที่ลงไปจะสร้างผลลัพธ์ได้คุ้มค่า หากคุณต้องการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงลูกค้าและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ ประเภท Ads Facebook

Q: ประเภท Ads Facebook แบบไหนเหมาะกับธุรกิจ E-Commerce ที่สุด?

A: ธุรกิจ E-Commerce ที่มีสินค้าจำนวนมากมักได้ประโยชน์จาก Carousel Ads และ Collection Ads ที่โชว์สินค้าได้หลายชิ้น รวมถึง Dynamic Ads ที่แสดงสินค้าตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละคนโดยอัตโนมัติ ซึ่งเหมาะมากสำหรับการทำ Remarketing และกระตุ้นให้ปิดการขาย

Q: มือใหม่ควรเริ่มจากประเภทโฆษณา Facebook แบบไหน?

A: มือใหม่แนะนำให้เริ่มจาก Image Ads หรือ Video Ads เพราะทำง่าย ต้นทุนไม่สูง และเข้าใจง่าย เมื่อเริ่มเข้าใจการทำงานและมีข้อมูลมากขึ้น ค่อยขยับไปทดลองรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Carousel หรือ Lead Ads ตามเป้าหมายที่ต้องการ

Q: เลือกประเภทโฆษณา Facebook อย่างไรให้เหมาะกับเป้าหมาย?

A: ให้เริ่มจากวัตถุประสงค์ของแคมเปญก่อน หากต้องการสร้างการรับรู้ให้เลือก Image, Video หรือ Stories/Reels Ads หากต้องการโชว์สินค้าหลายชิ้นให้เลือก Carousel หรือ Collection และหากต้องการเก็บรายชื่อหรือปิดการขายให้เลือก Lead Ads หรือ Dynamic Ads แล้วทดสอบวัดผลเพื่อหารูปแบบที่ได้ผลดีที่สุด

Q: ยิงโฆษณา Facebook หลายประเภทพร้อมกันได้ไหม?

A: ได้ และเป็นแนวทางที่ดีด้วย การใช้หลายรูปแบบร่วมกันช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในหลายมิติและครอบคลุมทุกขั้นของเส้นทางลูกค้า เช่น ใช้ Video Ads สร้างการรับรู้ แล้วตามด้วย Dynamic Ads เพื่อ Remarketing สิ่งสำคัญคือการวัดผลแต่ละรูปแบบเพื่อจัดสรรงบไปยังสิ่งที่ได้ผลดีที่สุด


Sutamma Luahavorravuttikun (Jan)
Sutamma Luahavorravuttikun (Jan)
Jan Sutamma (Co-Founder ADCHARIYA)
ผู้ร่วมก่อตั้ง ADCHARIYA Creative Agency ที่เชี่ยวชาญการใช้ Storytelling เปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นยอดขายและยอด Walk-in โดดเด่นด้วยผลงานสร้างไวรัลปั้นช่องธุรกิจให้ดังชั่วข้ามคืนจนได้ออกทีวีภายใน 2 วัน จากประสบการณ์ดูแลแบรนด์ชั้นนำกว่า 300+ ราย พร้อมนำทัพทีมครีเอทีฟ 60 ชีวิต เพื่อเปลี่ยนทุกไอเดียให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง
person

มองหาเอเจนซี่ที่ทำงานอย่าง
ชาญฉลาดสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต?

ให้ “แอดฉริยะ” เป็นบริษัททำการตลาดออนไลน์ที่ดันผลประกอบการ
ของคุณให้ไกลกว่าเดิม ติดต่อเราได้เลยวันนี้